กู้รถเก๋งจมน้ำท่วมขังในเขตเมืองอุบลราชธานี ห้ามสตาร์ทและลากด้วยสไลด์คาร์
รถเก๋งจอดค้างในจุดน้ำท่วมขังสูงเหนือขอบประตูในเขตเมืองอุบลราชธานี ทีมงานสั่งห้ามสตาร์ทเด็ดขาดเพื่อกันเครื่องยนต์อัดน้ำ (hydro-lock) ใช้รอกลากขึ้นที่แห้งก่อน ปลดขั้วแบตเตอรี่ ถ่ายภาพระดับน้ำเป็นหลักฐานเคลม แล้วขนด้วยสไลด์คาร์เข้าอู่ ระยะเวลารวม 2 ชั่วโมง 5 นาที เครื่องยนต์ไม่เสียหายเพิ่ม
ข้อเท็จจริงของงานนี้
| บริการที่ใช้ | สไลด์คาร์ |
|---|---|
| ประเภทรถ/เครื่องจักร | รถเก๋งซีดานเครื่องเบนซิน จอดแช่น้ำประมาณ 5 ชั่วโมง |
| พื้นที่ | อำเภอเมืองอุบลราชธานี จ.อุบลราชธานี |
| เส้นทาง | ถนนสายรองในเขตเทศบาล จุดน้ำท่วมขังหลังฝนตกหนัก |
| ช่วงเวลา | ช่วงบ่าย 15:20 น. |
| เวลาถึงจุดเกิดเหตุ | 52 นาที (จราจรติดขัดจากน้ำท่วม) |
| เวลาทำงานรวม | 2 ชั่วโมง 5 นาที |
| ระยะทางที่เกี่ยวข้อง | 12 กม. |
สถานการณ์หน้างาน
ฝนตกหนักต่อเนื่องทำให้น้ำท่วมขังสูงถึงระดับเบาะ รถดับกลางจุดท่วมและเจ้าของพยายามสตาร์ทซ้ำหลายครั้งก่อนโทรแจ้ง น้ำยังไม่ลดและมีกระแสไหลอ่อน ๆ ผ่านช่วงล่าง
การประเมินก่อนลงมือ
- ประเมินระดับน้ำเทียบกับตำแหน่งกรองอากาศและปลายท่อไอเสีย เพื่อคาดการณ์ว่าน้ำเข้าห้องเครื่องแล้วหรือยัง
- ตรวจว่ามีกระแสไฟฟ้ารั่วหรือสายไฟใต้น้ำในบริเวณนั้นหรือไม่ก่อนให้คนลงน้ำ
- สอบถามจำนวนครั้งที่พยายามสตาร์ทซ้ำ เพราะเป็นตัวชี้วัดความเสี่ยง hydro-lock
- ประเมินพื้นใต้น้ำว่ามีฝาท่อเปิด หลุม หรือขอบฟุตปาธที่อาจทำให้รถติดขณะลาก
ขั้นตอนปฏิบัติงานทีละขั้น
- 1สั่งห้ามสตาร์ทและตัดระบบไฟแจ้งลูกค้าหยุดบิดกุญแจทันที และเมื่อถึงหน้างานให้ปลดขั้วลบแบตเตอรี่เพื่อกันไฟลัดวงจรและถุงลมทำงานผิดพลาด
- 2บันทึกหลักฐานเพื่อการเคลมถ่ายภาพระดับน้ำเทียบตัวรถ ป้ายทะเบียน สภาพภายใน และตำแหน่งจอด พร้อมเวลาที่ชัดเจน
- 3ประเมินเส้นทางดึงและติดตั้งจุดยึดเลือกจุดยึดที่โครงสร้างรับแรงได้ตามคู่มือรถ ไม่คล้องเข้ากับคานหน้า/ปีกนกที่บิดงอง่าย
- 4ลากขึ้นที่แห้งด้วยรอกใช้รอกดึงช้า ๆ เป็นแนวตรงที่สุด มีผู้ควบคุมสองฝั่งและกันคนออกจากแนวสลิงตลอดเวลา
- 5ระบายน้ำและตรวจเบื้องต้นเปิดประตูระบายน้ำในห้องโดยสาร ตรวจก้านวัดน้ำมันเครื่องว่ามีน้ำปนหรือไม่ และตรวจกรองอากาศว่าเปียกถึงระดับใด
- 6ขนด้วยสไลด์คาร์เข้าอู่ยกทั้งคันขึ้นแท่นเพื่อไม่ให้เกียร์และเพลาหมุนขณะเคลื่อนย้าย ส่งถึงอู่พร้อมรายงานสภาพและภาพหลักฐานทั้งชุด
เอกสารที่ต้องเตรียม
- รูปถ่ายระดับน้ำและสภาพรถ ณ จุดเกิดเหตุ (สำคัญที่สุดสำหรับการเคลม)
- เลขกรมธรรม์และเลขที่เคลมจากบริษัทประกัน
- สำเนาทะเบียนรถและบัตรประชาชนเจ้าของรถ
- ใบแจ้งเหตุ/บันทึกประจำวัน กรณีเป็นเหตุอุทกภัยที่หน่วยงานประกาศ
- ใบงานรับ–ส่งรถที่ระบุปลายทางอู่หรือศูนย์บริการ
ข้อควรระวัง
- ห้ามสตาร์ทเครื่องเด็ดขาดหลังรถแช่น้ำ เพราะน้ำอัดในกระบอกสูบทำให้ก้านสูบคดและเสียหายถึงขั้นยกเครื่อง
- ห้ามลุยน้ำที่ไม่เห็นพื้นและไม่ทราบว่ามีไฟรั่วหรือฝาท่อเปิดอยู่หรือไม่
- รถไฟฟ้าและไฮบริดที่แช่น้ำต้องถือว่ามีความเสี่ยงไฟฟ้าแรงสูง ให้เว้นระยะและรอทีมงานเท่านั้น
- อย่าเปิดสวิตช์ไฟหรือกระจกไฟฟ้าขณะน้ำยังอยู่ในห้องโดยสาร
ผลลัพธ์
รถถูกกู้ขึ้นที่แห้งโดยไม่มีการสตาร์ทซ้ำ เครื่องยนต์ไม่เกิด hydro-lock เพิ่ม ลูกค้าได้ชุดภาพหลักฐานครบสำหรับยื่นเคลมประกันภัยน้ำท่วม และรถถึงอู่ภายในบ่ายวันเดียวกัน
มุมมองที่ปรึกษา (ประสบการณ์กว่า 15 ปี)
เคสรถจมน้ำที่เสียหายหนักเกือบทั้งหมดมาจากการสตาร์ทซ้ำก่อนทีมงานถึง ทีมที่ปรึกษาประสบการณ์กว่า 15 ปีของเราจึงคัดกรองทางโทรศัพท์ทันทีและสั่งสิ่งที่ต้องหยุดทำก่อนเสมอ ถ้าคุณไม่อยากตัดสินใจเองกลางน้ำท่วม โทรหาเราแล้วเราดูแลให้ครบตั้งแต่กู้รถ เก็บหลักฐาน จนประสานอู่และประกัน
คำถามที่พบบ่อยจากเคสนี้
รถแช่น้ำแล้วสตาร์ทได้ไหม
ไม่ควรอย่างยิ่ง หากน้ำเข้าท่อไอดี การสตาร์ทจะทำให้น้ำถูกอัดในกระบอกสูบจนก้านสูบคด ซึ่งเป็นความเสียหายระดับยกเครื่อง
น้ำสูงแค่ไหนถึงเรียกว่าอันตราย
หลักปฏิบัติคือถ้าน้ำสูงเกินระดับกรองอากาศหรือเลยขอบประตูเข้าห้องโดยสาร ให้ถือว่าเสี่ยงและต้องขนย้ายแทนการขับต่อ
ประกันชั้น 1 ครอบคลุมรถน้ำท่วมหรือไม่
โดยทั่วไปครอบคลุมภัยน้ำท่วมตามเงื่อนไขกรมธรรม์ แต่ต้องมีหลักฐานภาพและแจ้งเคลมก่อนเคลื่อนย้าย จึงควรถ่ายภาพให้ครบก่อนกู้รถ
ต้องใช้สไลด์คาร์หรือรถลากธรรมดา
รถแช่น้ำควรใช้สไลด์คาร์ยกทั้งคัน เพราะระบบเกียร์ เพลา และเบรกอาจมีน้ำปนจนไม่ควรให้ล้อหมุนระหว่างเคลื่อนย้าย
รถตกหล่ม/ติดโคลนใช้บริการเดียวกันไหม
ใช่ เป็นงานกู้แนวเดียวกัน ใช้รอกและแผ่นรองล้อดึงขึ้น โดยต้องเลือกจุดยึดที่โครงสร้างรับแรงได้เพื่อไม่ให้ตัวถังเสียหาย
หลังกู้รถแล้วต้องทำอะไรต่อ
ควรเข้าอู่เพื่อถ่ายของเหลวทั้งระบบ ตรวจกล่องควบคุม ไล่ความชื้นในห้องโดยสาร และตรวจระบบไฟฟ้าก่อนใช้งานจริง
ให้บริการช่วงน้ำท่วมกลางคืนหรือไม่
ให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง แต่ช่วงอุทกภัยเวลาเดินทางอาจนานขึ้นตามสภาพเส้นทาง เราจะแจ้งเวลาถึงโดยประมาณตามจริงเสมอ